วันอังคารที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เสลภูมิพิทฯ สร้างชื่อให้แผ่นดินอีสาน สสส.ให้เป็นต้นแบบเครือข่ายรร.ปลอดเหล้าแห่งที่ ๒ ของประเทศ

เสลภูมิพิทฯ สร้างชื่อให้แผ่นดินถิ่นอีสาน สสส.ให้เป็นต้นแบบเครือข่ายรร.ปลอดเหล้าแห่งที่ ๒ ของประเทศ

นับเป็นความสำเร็จอย่างน่าภาคภูมิใจยิ่งกับอีก ๑ โครงงานคุณธรรม ที่มีกลุ่มเยาวชนและคุณครูที่ปรึกษาได้ทำงานเกาะติดอย่างมีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กับสนับสนุนอย่างดียิ่งของผู้บริหารโรงเรียน จากเดิมที่ได้มี โครงงาน "ลดละเลิกบุหรี่-เมรัยสานสายใยเทิดไท้องค์ราชันย์" ของโรงเรียนเวียงมอกวิทยา จ.ลำปาง ได้รับการประกาศยกย่องและสนับสนุนจากสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภายใต้การสนับสนุนของ สสส. ให้เป็นโรงเรียนต้นแบบของเครือข่ายโรงเรียนปลอดเหล้าของประเทศไทยเป็นแห่งแรก  ล่าสุด ทางสคล.ได้แจ้งข่าวมายังสำนักข่าววิถีพุทธให้ทราบว่าในปีนี้ได้ประกาศให้โรงเรียนเสลภูมิพิทยาคม จ.ร้อยเอ็ด เป็นต้นแบบของเครือข่ายโรงเรียนปลอดเหล้าเป็นแห่งที่สองของประเทศไทย


หลังจากที่ สคล.สสส. ได้ลงมาร่วมทำกระบวนการโครงงานคุณธรรม กับกลุ่มโรงเรียนเป้าหมายที่ได้ทำโครงงานที่มุ่งเน้นให้นักเรียนครูผู้ปกครองในโรงเรียนและชุมชนลดละเลิกเหล้าลงอย่างเป็นกระบวนระบบ ในค่ายโครงงานคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติระดับภูมิภาค ๘ ค่าย ๘ ภูมิภาค ร่วมกับทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทำให้เห็นความน่าสนใจและศักยภาพการพัฒนาโครงงานในด้านนี้มากขึ้นเป็นอย่างมาก และในจำนวนโครงงานต่างๆ จากทั่วประเทศที่เข้ามาร่วมกระบวนการ ทาง สคล.ได้พิจารณาเห็นว่า โครงงานคุณธรรมของโรงเรียนเสลภูมิวิทยา จ.ร้อยเอ็ดที่ได้ทำงานฝ่าฟันเรื่องนี้มาอย่างเกาะติดต่อเนื่องและทุ่มเท แม้ในช่วงแรกจะไม่ได้รับความสำเร็จเรื่องรางวัล แต่คุณครูที่ปรึกษาก็ยังทุ่มเทได้จัดหางบประมาณในทางส่วนตัวมาสนับสนุนโครงงานของเยาวชนมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้ประสานความร่วมมือจากบุคคลและองค์กรต่างๆในท้องถิ่นเข้ามาช่วย จนในที่สุดก็ประสบความสำเร็จได้รับรางวัลและการประกาศยกย่องจากหน่วยงานต่างๆ เป็นจำนวนมาก และงานก็มีพัฒนาการที่น่าสนใจและมีผลงานที่น่ายกย่องชื่นชม สคล.จึงยกให้โรงเรียนเสลภูมิพิทยาคม เป็นต้นแบบของเครือข่ายโรงเรียนปลอดเหล้า เป็นแห่งที่ ๒ ของประเทศไทย นับว่าเป็นการสร้างชื่อและเกียรติประวัติให้กับคนไทยแผ่นดินอีสานทุกคนอีกครั้งว่า "แผ่นดินอีสานไม่สิ้นคนดี"


โครงงานคุณธรรม ของโรงเรียนเสลภูมิพิทยาคมนี้ มีความน่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะเป็นงานไม่ง่ายที่ท้าทายยิ่ง เพราะต้องทำงานในโรงเรียนขนาดใหญ่กับจำนวนนักเรียนระดับ ๒,๗๐๐ คน แต่เพราะได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังจากท่านผู้อำนวยการโรงเรียนจึงทำให้โครงงานสามารถดำเนินการมาได้อย่างต่อเนื่องและจริงจังจนประสบความสำเร็จ ด้วยเหตุนี้ ทาง สคล.สสส.จึงได้พิจารณามอบโล่ ผอ.ปลอดเหล้า ให้เป็นเกียรติประวัติอย่างสูงแก่ท่านผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นท่านที่ ๒ ของประเทศไทยด้วยเช่นกัน และ สคล.ยังแจ้งมาเพิ่มเติมว่ากำลังพิจารณามอบโล่ให้กับ ผอ.โรงเรียนอื่นๆ เพิ่มเติม ซึ่งจะมีการประกาศและมีพิธีมอบโล่ผอ.ปลอดเหล้าในงานศิลปหัตถกรรมระดับชาติประจำปีการศึกษานี้ ที่ทางสพฐ.จะจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนมกราคมนี้ต่อไป   และหากมีข่าวความคืบหน้าเรื่องนี้อย่างไร ทางสำนักข่าววิถีพุทธจะรายงานให้ทราบต่อไป    


..ขอร่วมอนุโมทนาบุญครั้งนี้ด้วย  สาธุ สาธุ อนุโมทามิฯ





เครือข่ายโรงเรียนปลอดเหล้า ปลอดบุหรี่
           ด้วยโครงงานคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติ เยาวชนไทยทำดี ถวายในหลวง
ชื่อโรงเรียน  เสลภูมิพิทยาคม
ที่อยู่  ๙๙ หมู่ ๑  ตำบลขวัญเมือง   อำเภอเสลภูมิ    จังหวัดร้อยเอ็ด   รหัสไปรษณีย์ ๔๕๑๒๐
โทรศัพท์. ๐๔๓-๕๕๑-๓๙๕-๖ อีเมล์  tonklahnamcom@hotmail.com
ผู้อำนวยการ
ชื่อ-สกุล  นายพีรพงษ์ พงศ์ศาสตร์
คุณครูแกนนำโครงงาน
๑.นางสุมาลี  ศรีชมภู
วิชาที่สอน สังคมศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓
๒.นายนฤนาท  พลสาเดช
วิชาที่สอน สังคมศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓
ระยะเวลาที่ดำเนินโครงงาน (เริ่มต้น จนถึงปัจจุบัน) เดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ.๒๕๕๐ ปัจจุบัน
ผลงานในการดำเนินโครงงาน
รางวัลที่ได้รับ
๑.โครงงานคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติ ดีเด่น ระดับประเทศ ปีการศึกษา ๒๕๕๐
๒.ได้รับรางวัล ระดับเหรียญทอง ลำดับที่ ๑ โครงงานคุณธรรม ระดับชั้น ม.๔ ม.๖
งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปีการศึกษา ๒๕๕๒
๓.รางวัลชนะเลิศ งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับชาติ ปีการศึกษา ๒๕๕๒
๔.ได้รับรางวัล เหรียญเงิน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย การนำเสนอกิจกรรมสร้างสรรค์ประโยชน์
งานนำเสนอผลงานโรงเรียน ครูและนักเรียน โครงการโรงเรียนมาตรฐานสากล ปีการศึกษา ๒๕๕๓
๕.ได้รับรางวัลชนะเลิศ  ระดับเขตพื้นที่การศึกษาร้อยเอ็ดเขต ๓ โครงงานคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติ
มัธยมศึกษาตอนปลาย
๖.ได้รับการคัดเลือกระดับภูมิภาค เข้าร่วมประกวดระดับประเทศ โครงงานคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติ
มัธยมศึกษาตอนปลาย
กิจกรรมที่แก้ปัญหาเหล้า  บุหรี่ ในโรงเรียนของตน
กิจกรรมที่ ๑.อบรมให้ความรู้พิษภัยเหล้า บุหรี่ ให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑และ๒
กิจกรรมที่ ๒.รณรงค์ลด ละ เลิก เหล้าบุหรี่
กิจกรรมที่ ๓.บำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวม
-ปลูกต้นไม้ภายในโรงเรียน
-ห้องเรียนสีขาว
-ร่วมใจทำความดีเพื่อถวายพ่อหลวง 
กิจกรรมที่ ๔.เยี่ยมบ้าน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒
การขยายเครือข่าย และเครือข่ายที่เกิดขึ้น
 -เครือข่ายการทำโครงงานในโรงเรียนชั้นม.๒,,,
-เครือข่ายลด ละ เลิก เหล้า-บุหรี่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑และ๒
-เครือข่ายทำความดีหลีกภัยเหล้า-บุหรี่จากพี่สู่น้อง โรงเรียนระดับประถมศึกษาในเขตพื้นที่
อำเภอเสลภูมิ ๔ โรงเรียน นักเรียนจำนวน ๘๕๐ คน
การรับทุนสนับสนุนโครงงานคุณธรรมฯ  จากหน่วยงานต่างๆ  (ถ้ามี)
ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย  วิทยาเขตร้อยเอ็ด
ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากเครือข่ายองกรณ์งดเหล้า
รายนามเยาวชนผู้ดำเนินโครงงานฯ (ชื่อ-สกุล/ชั้น)
. นายอานนท์    วรวงค์                   ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕                        
. นายสุระพร     ศรีสุระ                 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔                                               
๓.นายศุภชัย   สุ่มมาตย์                    ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔                                               
. นายภูกิจ      เสือเสนา                  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔                                     
. นางสาวศศิกานต์   พิมพิลา          ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔                                               
. นายกิตติธัช   วิชัยรัช                    ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔                                                    
.นางสาวศุภสุตา    รสทอง            ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔                        
.นางสาวธิดาพร       ภูแดนแผน    ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖                        
.นางสาวจิตรา          พิมพ์บูลย์      ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖                         
๑๐
.นางสาวสุนิสา        สอนสวัสดิ์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖                        
๑๑.นายปฏิเวธ             งามฉวี         ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖                        
๑๒
.นางสาวปิยพร      นวลน้อม       ชั้นมัธยมศึกษาปีที่๔                        
๑๓
.นางสาววรนัณ     วรรณพฤกษ์   ชั้นมัธยมศึกษาปีที่๔                        
                                                                  
สิ่งที่ต้องการให้ หนุนเสริม เพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนของโรงเรียนปลอดเหล้า ปลอดบุหรี่ด้วยโครงงานคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติ เยาวชนไทยทำดีถวายในหลวง
๑สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)
1.อยากให้มีองกรค์/สถาบันหรือหน่วยงานต่างๆ ที่รับรองการทำงานของเยาวชนอย่างชัดเจน ด้านการเรียน
เช่น ให้ทุนสนับสนุนให้กับเยาวชนที่ทำความดี
2.มีสถาบัน/มหาวิทยาลัยรองรับให้การศึกษาต่อ-ให้การยกย่องชมเชยเป็นที่ยอมรับของคนในสังคมอย่างภาคภูมิใจ
3.อยากให้มีการเข้าค่ายอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องเหล้า บุหรี่ให้กับเยาวชนแกนนำเพื่อการเป็นวิทยากร
  และเพื่อเสริมศักยภาพของเยาวชนให้มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

๒ สพม/สพป
๑.อยากให้ สถาบันหรือหน่วยงานต่างๆ /องกรค์ให้ความสำคัญเยาวชนที่ทำความดี(ทำความดีจะไม่ได้โดเดี่ยว)
๒.อยากให้มีการรณรงค์หรือการให้ความรู้เกี่ยวกับเหล้า-บุหรี่ในสถานศึกษาอย่างจริงจัง
๓.อยากให้มีกฎหมายหรือการลงโทษ/หรือหากมีการฝ่าฝืน เช่น ห้ามมีร้ายขายเหล้า-บุหรี่อยู่ใกล้สถานศึกษา ต้องกำหนดระยะทางอย่างชัดเจน
๔.อยากให้ทุกๆสถานบันมีกฎระเบียบที่ว่าด้วยเรื่องเหล้า-บุหรี่ลงมือทำเหมือนกันและเข็มงวดอย่างจริงจัง
๓ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น
-อยากให้องกรค์/สถาบันหรือหน่วยงานต่างๆ ช่วยเหลือ สนับสนุน ให้ความร่วมมือ การทำงานของเยาวชน เช่น โรงพยาบาล ชุมชน หมู่บ้าน  เทศบาล ฯลฯ
๔ กลุ่มกัลยาณมิตรเพื่อการเสริมสร้างเครือข่ายวิถีพุทธ (กคพ.)
-อยากให้มีการเข้าค่ายอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการสร้างพลังบวกให้กับตัวเองให้กับเยาวชนแกนนำเพื่อการเป็นวิทยากรและเพื่อเสริมศักยภาพของเยาวชนให้มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

 ๕ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.)
-อยากให้มีการเข้าค่ายอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องเหล้า บุหรี่ให้กับเยาวชนแกนนำเพื่อการเป็นวิทยากร
  และเพื่อเสริมศักยภาพของเยาวชนให้มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น
-อยากให้เข้าค่ายอบรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำงานให้กับเยาวชนที่ทำโครงงานเกี่ยวเหล้า-บุหรี่เพื่อนำความรู้ที่ได้มาพัฒนาการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2553

พ่อแม่เปลี่ยนแปลง เพราะได้ลูกๆเป็นกัลยาณมิตร ชวนฟื้นวิถีวันพระ วันแห่งครอบครัวชาวพุทธ


 พ่อแม่เปลี่ยนแปลง เพราะได้ลูกๆเป็นกัลยาณมิตร ชวนฟื้นวิถีวันพระ วันแห่งครอบครัวชาวพุทธ


ภาพและความรู้สึกปิติในพัฒนาการที่ดีขึ้นของเด็กๆ ชุมชนพุทธชยันตีเฉลิมราช
 
เด็กๆ มาสวดมนต์กันสม่ำเสมอ มีบางคนที่หายไป แต่....มีหลายคนเข้ากระแสวันพระแล้ว.....
 
เด็กๆ ช่วยกันทำงานจิตอาสาเหมือนเดิม ด้วยความสนุกสนาน โป๊กเป๊กๆ กันไปตามประสาเด็กๆ





     วันนี้มีพ่อแม่ เด็กๆ ตามมาสวดมนต์ด้วย ๒ ครอบครัว แม้ผู้เป็นพ่อ จะดูเก้ๆกังๆ บ้างนั่นเพราะความไม่คุ้นชิน
 
แต่ก็ทำให้ลูกอิ่มเอมด้วยแรงรัก.... แรงบุญ....พลังของพ่อแม่ทำให้เขาดูมั่นคงมาก สำหรับการสวดมนต์วันนี้
 
และครอบครัวเหล่านี้พ่อเลิกกินเหล้าก็มี บางคนขอเลิกวันพระก่อน 
 
     วันนี้ชวนให้เด็กๆ สื่อสารความดีด้วยการอ่านหนังสือธรรมะ ให้พ่อ แม่ฟังทุกวันพระ ซึ่งเด็กๆ เห็นด้วย
 
ประเดิมด้วยอ่านเรื่องพุทธชยันตีเฉลิมราช ให้ทั้งตัวเขาเอง และพ่อแม่รับรู้ไปพร้อมๆกันอย่างชัดเจนมากขึ้น และให้พ่อแม่ช่วยบันทึกความรู้สึกด้วย
 
เด็กๆ เป็นผู้ออกแบบหน้าปกของเรื่องราวพุทธชยันตีเฉลิมราช  บางคนขอซ้อมอ่านให้ครูซะ กับป้าแอ๊ะฟังก่อน  เห็นแล้วชื่นใจค่ะ


วันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

"อนุสติวันพระ" ล้ำไปอีกขั้นใช้เทคโนโลยีมือถือช่วยสื่อสาร

"อนุสติวันพระ" ล้ำไปอีกขั้นใช้เทคโนโลยีมือถือช่วยสื่อสาร

ธรรมอาสาสมัครเครือข่ายปฏิบัติบูชา "พุทธชยันตีเฉลิมราช" ได้แจ้งข่าวมาให้ทราบว่าขณะนี้ได้มีผู้สัทธาในการช่วยกันฟื้นวันพระให้เป็น "วันแห่งสติ" ของสังคมไทยอีกครั้ง โดยใช้เทคโนโลยีมือถือช่วยในการให้บริการสื่อสารวันพระผ่านทาง SMS โดยจะให้บริการแจ้งเตือนในวันโกน คือก่อนวันพระ 1 วัน และจะให้บริการเตือนซ้ำในวันพระด้วย และทั้งหมดนี้เป็นบริการฟรี ที่ได้รับการสนับสนุนจาก ร้านใบพลู ซอยสวนพลู ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมอนุสติวันพระนี้ โทร.ไปที่ 080-080-7211 เพื่อสมัครรับ SMS

@ บริการแจ้งเตือน "วันพระ" อัตโนมัติ @ ฟรีผ่าน SMS
คุณจะไม่ลืมวันพระอีกต่อไปด้วยบริการ วันพระ Alert
สมัครง่ายๆ เพียงโทร 080-080-7211 ระบบตอบรับอัตโนมัติ
และท่านจะได้รับ SMS ยืนยันการสมัครภายใน 24 ชั่วโมง
ฟรี ฟรี ฟรี และฟรีตลอดไป
SMS จะแจ้งเตือนท่าน ก่อนถึงวันพระ 1 วัน และในวันพระด้วย
เป็นบริการที่สนับสนุนค่าใช้จ่ายโดย ร้านใบพลู @ ซ. สวนพลู

ขอทุกท่านได้ร่วมอนุโมทนากับ ร้านใบพลู ที่เป็นกำลังสำคัญในการทำบุญสื่อสารความดีให้วันพระกลับมาเป็น "วันแห่งสติ" ของสังคมไทยอีกครั้ง

สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิฯ
ธรรมอาสาสมัครเครือข่าย พุทธชยันตีเฉลิมราช

วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ครอบครัวชาวพุทธสุดวิกฤต! วันพระโพลล์ ตอกย้ำการถูกวางยา เหลือสนใจทำบุญร่วมกันแค่ 11%

ครอบครัวชาวพุทธสุดวิกฤต
วันพระโพลล์ ตอกย้ำการถูกวางยา 
เหลือสนใจทำบุญร่วมกันแค่ 11%

สำนักข่าววิถีพุทธ ได้ทำการสำรวจสภาวการณ์กิจกรรมของครอบครัวชาวพุทธในแต่ละวันพระ โดยผ่านระบบเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ค จากการสำรวจวันพระ ๒ วันพระที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ พบตัวเลขสถิติที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเมื่อเราลองเทียบกับเมื่อตอนก่อนหน้าจะมี คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีในยุคเผด็จการ ๒ ฉบับ (ในปี พ.ศ. 2500 และ 2502)ที่ออกมามีผลเป็นการวางยาทำลายวิถีของครอบครัวและชุมชนชาวพุทธที่เคยมีกิจกรรมสร้างความอบอุ่นสามัคคีร่วมกันในทุกวันพระกันเป็นปกติ 100% เต็ม ปัจจุบันหลังจากถูกวางยามา 50 กว่าปีแล้ว ผลจะเป็นเช่นไร..?

การสำรวจเริ่มจากการมีกิจกรรมเชิญชวนบุคคลที่เป็นเพื่อนกับ กคพ.กัลยาณมิตรเครือข่ายวิถีพุทธ (เดิมใช้ชื่อในเฟซบุ๊คว่า โครงงานคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติ) ให้ได้มาช่วยกันฟื้น “วิถีทำบุญร่วมกันครอบครัว” โดยไม่จำกัดสถานที่ เวลา และตัวกิจกรรมที่จะทำบุญ เปิดกว้างทั้งหมด  รวมทั้งมีคำแนะนำว่าหากแยกมาอยู่เดี่ยวไม่ได้อยู่กับครอบครัว ก็ให้ใช้วิธีทำบุญอย่างง่ายๆ อะไรก็ได้ ทั้งการเว้นบาปทำสิ่งไม่ดี หรือการทำความดีอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น การงดเว้นไม่ดื่มเหล้าในวันพระ และอุทิศบูชาคุณพ่อแม่ ก็ถือว่าได้บุญกุศลมาก และนับว่าเป็นการทำบุญให้ครอบครัว เพราะพ่อแม่ย่อมมีส่วนในบุญของลูกอย่างเต็มที่เพราะชีวิตร่างกายไม่ว่าจะเป็นมือเท้าหูตา.. ของลูก ครึ่งหนึ่งล้วนมาจากพ่อ อีกครึ่งมาจากแม่ ลูกใช้มือเท้าอวัยวะน้อยใหญ่ทั้งหลายไปทำสิ่งใด พ่อแม่ย่อมมีส่วนในสิ่งนั้นด้วย   หากลูกไปทำบุญโดยเจาะจงอุทิศบูชาคุณท่าน พ่อแม่เมื่อได้รับทราบจะยิ่งปีติใจและอนุโมทนาบุญได้ง่ายได้บุญมากด้วย หากนึกอะไรไม่ออกบุญง่ายที่สุดคือบุญสื่อสารความดีให้วันพระกลับมาเป็น “วันแห่งสติ” ของสังคมไทยในการช่วยกันส่งต่อข้อความหรือสื่อสารโดยวิธีการใดก็ได้จะเป็นอีเมล์หรืออื่นๆ เพื่อบอกกล่าวคนที่รู้จักเกี่ยวข้องให้ทราบว่าวันพรุ่งนี้หรือวันนี้เป็นวันพระ ให้เว้นบาปทำบุญ เช่น “วันนี้วันพระ งดเหล้า ได้บุญทั้งบ้าน” เป็นต้น

ผลจากการสำรวจครั้งแรก ในวันพระ ที่ตรงกับวันเสาร์ที่ 16 ต.ต. 2553 ได้มีการส่งข้อความเชิญไปทั้งสิ้น 1,329 ราย ตอบกลับมาทั้งหมด 225 ราย (คิดเป็น 16.93 %) ในจำนวนนี้ ยืนยันเข้าร่วมทำกิจกรรมทำบุญร่วมกันวันพระ 103 ราย คิดเป็น 7.75 %
ผลจากการสำรวจครั้งที่สอง ในวันพระ ที่ตรงกับวันเสาร์ที่ 23 ต.ต. 2553 ได้มีการส่งข้อความเชิญไปทั้งสิ้น 1,664 ราย ตอบกลับมาทั้งหมด 351 ราย (คิดเป็น 21.09 %) ในจำนวนนี้ ยืนยันเข้าร่วมทำกิจกรรมทำบุญร่วมกันวันพระ 184 ราย คิดเป็น 11.06 %  ซึ่งจะเห็นได้ว่าในครั้งที่สองนี้มีบุคคลเข้าร่วมเพิ่มมากขึ้นจากเดิม 3.31 % ทั้งนี้อาจเป็นเพราะวันพระที่ผ่านมาเป็นวันพระใหญ่ในเทศกาลสำคัญคือวันมหาปวารณา-ออกพรรษา จึงอาจทำให้มีส่วนช่วยให้คนคิดทำบุญเพิ่มมากขึ้น

ในขณะเดียวกัน ผลการสำรวจยังได้แสดงให้เห็นข้อมูลที่น่าสนใจว่ามีผู้ที่ตอบยืนยันว่าจะไม่เข้าร่วมด้วย แม้ว่ามีจำนวนน้อยกว่าผูเข้าร่วมก็ตาม แต่พบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น คือจากครั้งแรก ผู้ไม่เข้าร่วมมีจำนวน 71 ราย (5.34%) ครั้งที่สอง ผู้ไม่เข้าร่วมมีจำนวน 104 ราย (6.25%) เพิ่มขึ้นจากครั้งแรก 0.91 % ทำให้เกิดคำถามว่า ชาวพุทธกว่า 90 % ที่ไม่ได้ตอบ หรือ ประมาณ 6 % ที่ยืนยันว่าจะไม่ทำบุญร่วมกับครอบครัวในวันพระเหล่านี้เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา??  และทั้งหมดนี้คือผลผลิตของการถูกวางยาจากรัฐบาลเผด็จการเมื่อ 50 ปีที่แล้ว ที่ทำให้สังคมไทยที่มีชาวพุทธกว่า 95% เลวร้ายลงและเผชิญวิกฤตการณ์ทางสังคมอย่างหนักหน่วงอันเกิดจากการกระทำของคนไทยกันเอง ซึ่งตรงข้ามกับคำสอนและวิถีชาวพุทธอย่างสิ้นเชิง  ...50 ปีเท่านั้นเอง!

อนุโมทนาที่มาข้อมูล: ๒๖๐๐ ๘๔ พุทธชยันตีเฉลิมราช