แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 2600 ปี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 2600 ปี แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ประธานาธิบดีประกาศนำหลักพุทธธรรมใช้พัฒนาประเทศในที่ประชุมสหประชาชาติ

 ประธานาธิบดี ประกาศนำหลักพุทธธรรม 
 ใช้พัฒนาประเทศ ต่อหน้าผู้นำจากทั่วโลก 
 ในที่ประชุมสหประชาชาติ 


นับว่าเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญที่ ผู้นำประเทศระดับประธานาธิบดีได้กล่าวต่อที่ประชุมสหประชาชาติท่ามกลางผู้นำจากทุกประเทศทั่วโลก ว่าจะใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาใช้ในการพัฒนาประเทศ และนี่คือการประกาศพระเกียรติคุณแห่งพระพุทธศาสนาในเวทีโลกอย่างงดงามอีกครั้งหนึ่ง โดยประเทศเล็กๆ ที่ชื่อว่า "ศรีลังกา"


แม้ว่าประเทศศรีลังกาจะเป็นประเทศที่เป็นเกาะเล็กๆ อยู่ใต้ประเทศอินเดีย แต่กลับมีบทบาทโดดเด่นเป็นที่จดจำได้อย่างมีเอกลักษณ์ของตนเองในเวทีโลก โดยเฉพาะในด้านที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา ตัวอย่างเช่น การเสนอให้วันวิสาขบูชา Vesak Day เป็นวันสำคัญสากลของโลกได้สำเร็จก็เป็นฝีมือเริ่มต้นของประเทศเล็กๆ อย่างศรีลังกา ที่มีชาวพุทธประมาณ 70% ของประชากรเท่านั้น หรือแม้แต่ประเทศที่เล็กมากๆ และกันดารไม่มีทางออกทะเลอย่างประเทศภูฏาน ก็สามารถทำให้ทั่วโลกได้รู้จักและยกย่องในความเป็นผู้นำที่ใช้ดัชนีชี้วัดความสุขมวลรวมประชาชาติ มาเป็นตัวชี้วัดการพัฒนาประเทศ ซึ่งก็พัฒนามาจากหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา จนกลายเป็นกระแสการพัฒนาที่สำคัญของโลกอีกทางเลือกหนึ่ง


ล่าสุดประธานาธิบดีมหินท ราชปักษา แห่งประเทศศรีลังกา ได้ประกาศต่อหน้าผู้นำประเทศและผู้นำที่มีบทบาทเด่นในด้านต่างๆ จากทั่วโลก ในที่ประชุมสหประชาชาติ ว่าด้วยเรื่อง "เป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ" Millennium Development Goals (MDGs) ณ กรุงนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมาว่า จะพัฒนาประเทศศรีลังกา บนพื้นฐานคุณค่าแห่งพุทธธรรม โดยได้ให้สัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์เดลี่มิเรอร์ ในกรุงนิวยอร์ค เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2553 นอกจากนี้เขายังระบุถึงแผนงาน "มหินทจินตนา" ที่จะนำประเทศไปสู่ยุคหลังสงครามและมุ่งเน้นการพัฒนาไปให้ถึงในระดับหมู่บ้าน เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหสวรรษ ตามกำหนดภายใน 5 ปีนี้ให้ได้สำเร็จด้วย


เมื่อเทียบบทบาทบนเวทีโลกของประเทศศรีลังกา กับประเทศที่ใหญ่และร่ำรวยกว่าอย่างประเทศไทยแล้ว ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นประเทศพุทธศาสนา มีพุทธศาสนิกชนมากกว่า 95% ของจำนวนประชากรของประเทศ ก็ทำให้ตั้งข้อสังเกตได้หลายอย่างว่า ทำไมประเทศไทยจึงไม่อาจมีบทบาทเด่นเชิงสร้างสรรค์ในเวทีโลกได้ ไม่มีเอกลักษณ์แห่งการจดจำที่โดดเด่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำพระพุทธศาสนามาใช้ในการบริหารและพัฒนาประเทศให้ปรากฏเป็นที่รับรู้ทั้งในระดับสากลและของคนไทยเองเลย ทั้งๆ ที่เรามีประชากรชาวพุทธในจำนวนเปอร์เซนต์ที่ถือว่ามากที่สุดในโลก และเป็นศาสนาที่อยู่คู่บ้านเมืองเรามาตั้งแต่เริ่มต้นประวัติศาสตร์สร้างชาติสืบต่อมาจนถึงปัจจุบันไม่มีขาดช่วงเลย   มันจึงเป็นคำถามที่สำคัญว่าเกิดอะไรขึ้นต่อค่านิยม ความนึกคิด และโลกทัศน์ของคนทั้งในระดับผู้นำและประชาชนชาวพุทธ ในประเทศไทยนี้???!!!


(ซึ่งถูกวางยาให้เสื่อมจางลงและไกลห่างจากพุทธศาสนาในเวลา 50 ปีนี้เท่านั้นเอง)


อนุโมทนา การอ้างอิงเนื้อหาข่าวบางส่วนจาก: www.buddhistchannel.tv

ไทยจัดประชุมพุทธเถรวาทนานาชาติได้ยิ่งใหญ่ แต่การเผยแผ่ตปท.ยังล้าหลัง ติดแต่พิธีกรรมให้คนไทย ไม่เน้นหลักธรรม

ไทยจัดประชุมพุทธเถรวาทนานาชาติยิ่งใหญ่
   บุคคลสำคัญระดับโลกมาร่วมงานคับคั่ง   
    พร้อมระบุ การเผยแผ่ในต่างประเทศยังล้าหลัง เพราะยังยึดติดแต่พิธีกรรมกับคนไทย ไม่ได้เผยแผ่ที่หลักคำสอนแก่คนท้องถิ่นให้เห็นประโยชน์ได้จริง




พระเถระ กูรู และนักปราชญ์ด้านพุทธศาสนาเถรวาท จาก 15 ประเทศทั่วโลกมาร่วมประชุมวิชาการนานาชาติ ในหัวข้อเรื่อง “การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเถรวาทในศตวรรษที่ 21” (Dissemination of Theravada Buddhism in the 21st Century) เพื่อเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในวโรกาสคล้ายวันประสูติ  3 ตุลาคม 2553 ซึ่งปีนี้ มีพระชนมายุ 97 พรรษา   โดยในปีนี้ ทาง มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) ร่วมมือกับสมาคมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาเถรวาท (ATBU) จัดขึ้นในระหว่าง วันที่ 30 กันยายน – 1 ตุลาคม พ.ศ. 2553 ณ ห้องประชุมสุชีพ ปุญญานุภาพ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ศาลายา จ. นครปฐม


ในวันเปิดการประชุม (30 ก.ย.) เจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต อุปนายกมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ได้กล่าวสัมโมทนียกถาเปิดการประชุมโดยชี้ให้เห็นว่าในปัจจุบันชาวโลกให้ความสนใจพระพุทธศาสนาเถรวาทอย่างกว้างขวาง พระธรรมทูตจึ้งต้องเป็นผู้ที่เสียสละ เพราะเป็นงานที่ยากและหนัก ต้องใช้กำลังกายใจปัญญา ในการเผยแผ่คำสอนของพระพุทธเจ้า เพื่อสร้างประโยชน์สุขให้แก่ชาวโลก
พระ ดร.อนิลมาน ธมฺมสากิโย รองคณบดีคณะสังคมศาสตร์ มมร. กล่าวว่า การเผยแผ่พระพุทธศาสนานิกายเถรวาท เมื่อเทียบกับนิกายวัชรยานและมหายาน ยังล้าหลังอยู่ แม้ในต่างประเทศมีวัดไทยอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่มีการเผยแผ่ให้กับเฉพาะคนไทยในประเทศนั้นๆ ไม่ได้เข้าถึงคนท้องถิ่น
ขณะที่ ปราชญ์ด้านพุทธศาสนาระดับโลกอย่าง ศ.ดร.ริชาร์ด กอมบริดช์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการศูนย์พุทธศาสน์ศึกษา มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด สหราชอาณาจักร ชี้ว่า การเผยแผ่พุทธศาสนาเถรวาทยังยึดติดพิธีกรรมมากกว่าอย่างอื่น โดยเน้นไปที่การให้กำลังใจอย่างเดียวในลักษณะเป็นที่พักใจ มากกว่าจะเป็นการเผยแผ่คำสอนตามหลักพระพุทธศาสนา และนำหลักธรรมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมวิชาการนานาชาติในครั้งนี้ ถือว่าเป็นงานที่ยิ่งใหญ่มากในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะการมีบุคคลสำคัญที่มีชื่อเสียงระดับโลก และระดับปราชญ์ชั้นนำด้านพุทธศาสนาในแต่ละประเทศมาร่วมนำเสนอผลงานวิชาการอย่างคับคั่ง  ซึ่งหาโอกาสได้ยากที่บุคคลเหล่านี้จะมาประชุมพร้อมกันในงานเดียวกัน อาทิ


UK: ศาสตราจารย์ ริชาร์ด กอมบริช มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด  ผู้เชี่วยชาญภาษาบาลี และผู้ก่อตั้งศูนย์ออกซ์ฟอร์ดเพื่อพุทธศาสน์ศึกษาแห่งสหราชอาณาจักร แสดงปาฐกถาหลักในหัวข้อ “การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเถรวาทในศตวรรษที่ 21” 
Nepal: ดร.เกษับ ศากยะ นักวิชาการแนวหน้าทางด้านพระพุทธศาสนา จากประเทศเนปาลดินแดนต้นกำเนิดพระพุทธศาสนา นำเสนอบทความ “การฟื้นฟูพระพุทธศาสนาเถรวาทในเนปาล: ความคาดหวังและปัญหา” 
Myanmar: พระ ดร.ธรรมปิยะ มหาวิทยาลัยธรรมทูตพระพุทธศาสนาเถรวาทนานาชาติ (เมียนม่า) นำเสนอบทความ "บทบาทของกรรมฐานสายมหาสีวิปัสสนาในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2"
Media (Film Maker): ดร.ติตัส เลแบร์ ผู้สร้างสื่อและผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์อิสระ นำเสนอบทความ "บทบาทของมัลติมีเดียในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเถรวาท"


Interfaith Section:
USA: ท่านบาทหลวง ดร.เกรกรี สาร์กีย์ นำเสนอบทความในหัวข้อ  "การเผยแผ่พระพุทธศาสนาในมุมมองคริสต์" 
Islam: ดร. ดิออน ปีเปิล นำเสนอบทความ "ความเป็นไปได้ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเถรวาทในประเทศอิสลาม"


ผู้สนใจบทความและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ศาลายา จ. นครปฐม  หรือที่โทรศัพท์ 08-6886-0910 หรือ เวบไซต์ http://www.ic2010.mbu.ac.th  e-mail: ic2010@mbu.ac.th


อัลบั้มภาพเพิ่มเติม: Gallery of MBU Salaya
อนุโมทนาที่มาของรูปและเรื่องราวจาก: http://ic2010.mbu.ac.th

วันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2553

เริ่มแล้ว!! ร.ร.บ้านหนองลาดควาย นครพนม ร่วมพุทธชยันตี ฟื้นวิถีพุทธวันพระ

          สำนักข่าววิถีพุทธ ได้สำรวจ รร.วิถีพุทธ ในสังกัดของ สพฐ. ได้พบว่ามีความเคลื่อนไหวที่เป็นความก้าวหน้าที่สำคัญ วันนี้เราลองไปเยี่ยมดู ร.ร.เล็กๆ แต่ตั้ังใจจริงในการปฏิบัติบูชา พุทธชยันตีฟื้นวิถีพุทธวันพระที่จ.นครพนม คือ รร.บ้านหนองลาดควาย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต ๑
            คงต้องเริ่มต้นอนุโมทนาบุญกับคุณครู 2 ท่านที่เป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิบัติบูชาเป็นวิถีชีวิตที่งดงามของชาวพุทธในครั้งนี้ คือ นายเวสแก้ว  ยอดมงคล ครู วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ รักษาการณ์ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองลาดควาย และนายพิระ  ยอดมงคล ครู ค.ศ. 3  โรงเรียนบ้านหนองลาดควายซึ่งเป็นผู้จัดทำโครงการ "พุทธชยันตีฟื้นวิถีพุทธวันพระ" ขึ้นในโรงเรียน โดยปรารภเหตุแห่งความสำคัญของการเฉลิมฉลองพุทธชยันตี  2,600  ปี โดยปฏิบัติบูชา ระหว่างปีพุทธศักราช  2553 – 2555  (สิงหาคม 2553 – เมษายน 2555)  และเนื่องในวโรกาส พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระชนมพรรษา ครบ  84  พรรษา ในปี 2554 และที่น่าสนใจยิ่งของโครงการนี้ก็คือ การเน้นย้ำให้เป็นกิจกรรมการพัฒนาคุณธรรมทั้งระบบโรงเรียน  โดยรายละเอียดในการทำกิจกรรมเบื้องต้นนั้น มีด้วยกัน 5 กิจกรรมหลัก ที่จะดำเนินการทั้ง ร.ร. ในทุกๆ วันพระ ได้แก่


                (1)  ทุกวันพระ ครู – นักเรียน ร่วมทำบุญตักบาตร ที่วัดปทุมาราม
                (2)  ทุกวันพระ ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี หลังเคารพธงชาติ  นักเรียนเล่าเรื่องความดีหน้าเสาธง
                (3)  นักเรียนกล่าวคำขอบคุณ ก่อนรับประทานอาหารกลางวัน และรับประทานอาหารให้หมดทุกครั้ง
                (4)  ทุกวันพระ ครู – นักเรียน รับประทานอาหารมังสวิรัติในมื้อกลางวัน
                (5)  ทุกวันพระ ครู – นักเรียน สวดมนต์แปล
ทั้งนี้กิจกรรมต่างๆ ทางโรงเรียนได้จัดหางบประมาณเองจากการบริจาคและบริหารงบประมาณที่มีอยู่แล้วเช่นงบอาหารกลางวัน และงบกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
เราลองไปดูตัวอย่างภาพกิจกรรมการตักบาตรของนักเรียนในวันพระที่วัดปทุมาราม

ขออนุโมทนาแหล่งข้อมูลจาก รร.บ้านหนองลาดควาย
http://nlksch.wordpress.com/2010/08/25/พุทธชยันตี/

วันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2553

ศรีลังกาพร้อมจัดงานฉลอง 2,600 ปีพุทธชยันตีอย่างยิ่งใหญ่ เน้นพุทธธรรมเป็นแกนชีวิตจิตใจของเยาวชนและประชาชน

นายกศรีลังกาเผยศรีลังกาพร้อมจัดงานฉลอง 2,600 ปี พุทธชยันตี อย่างยิ่งใหญ่
โดยมุ่งเน้นพุทธธรรมเป็นแกนชีวิตจิตใจของเยาวชนและประชาชน

นายดีเอ็ม ชยรัตเน นายกรัฐมนตรี ประเทศศรีลังกา ให้สัมภาษณ์ว่ารัฐบาลพร้อมที่จะปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา ในขณะเดียวกันก็จะต้องปรับเปลี่ยนแนวความคิดของชุมชนสังคมทั้งหมดอย่างสำคัญในระดับจิตวิญญาณ เขากล่าวว่ารัฐบาลกำลังดำเนินตามแผนงานเพื่อปกป้องและเอาชนะการทำลายล้างทางวัฒนธรรมอย่างเร่งด่วน และรัฐบาลกำลังอยู่ระหว่างการเตรียมการจัดงานเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ ในวโรกาสพุทธชยันตี แห่งการตรัสรู้ครบ 2,600 ปีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งในประเทศศรีลังกา และประเทศอื่นๆ
เขายังได้กล่าวอีกว่า เราต้องการให้การศึกษาแก่เด็กเยาวชนพอๆ กันกับผู้ใหญ่เพื่อที่จะให้พวกเขาได้มีชีวิตจิตใจเป็นไปตามหลักพุทธธรรม

ที่มา: http://www.colombopage.com/archive_10A/Jun14_1276498835JR.php
ขออนุโมทนาไว้ ณ ที่นี้ด้วย

วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ธรรมเทศนา "หลักชาวพุทธ" ฟื้นวิถีชาวพุทธสู่สังคมไทย เริ่มช่วงเข้าพรรษานี้

เล่าข่าว วันอาสาฬหบูชา 7 กรกฎาคม พ.ศ.2552 ที่ผ่านมาชาวไทย-ชาวพุทธเข้าร่วมทำบุญ ฟังเทศน์ฟังธรรมในวันสำคัญทางพุทธศาสนา ณ วัดญาณเวศกวัน

ถือเป็นนิมิตหมายอันเป็นมงคล ตัวแทนของ “กลุ่มชาวพุทธ 2552” ได้กราบอาราธนา พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณอาจารย์ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต) แสดงธรรมเรื่อง “หลักปฏิบัติชาวพุทธ” (ที่มาดูจากหน้าความเป็นมา / สาระ / ความเป็นมาของหลักชาวพุทธ) สู่คนวงกว้าง ซึ่งพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณอาจารย์ได้โปรดเมตตาแสดงธรรมเทศนา แก่กลุ่มญาติธรรม และสาธารณชนถึง 4 วาระคือ
1. ในวาระโอกาสครบ 20 ปี ของวัดญาณเวศกวัน ประวัติความเป็นมา
2. การฉลองเสาอโศกที่สร้างขึ้น เป็นที่เรียบร้อยโดยการฉลองครั้งนี้เพียงการตั้งจิตที่เป็นกุศลร่วมกัน
3. การแก้ไขความเข้าใจผิดเรื่องกรรมที่ว่า “เราเกิดมาใช้หนี้กรรม” ควรเข้าใจ ให้ถูกว่าเราเกิดเป็นมนุษย์ เพื่อสร้าง สั่งสมความดีและ ทำกุศลให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท
4. คือเรื่อง “ หลักปฏิบัติชาวพุทธ”

งานบุญในวิถีเรียบง่ายของวิถีวัดญาณเวศกวันนั้น ทางกลุ่มชาวพุทธ 2552 ได้จัดทำ นิทรรศการประชาสัมพันธ์ และแจกเอกสารแผ่นพับให้ความรู้เรื่องหลักชาวพุทธ 5 หลักการและ 12 ข้อปฎิบัติขณะเดียวกันก็เปิดให้ลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมสมาทาน หลักชาวพุทธครั้งแรก ในวันที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ.2552 เพื่อน้อมไปปฏิบัติในช่วงเข้าพรรษาและเป็นการเผยแพร่สู่วงกว้าง สำหรับผู้ที่ต้องการปฏิบัติตามข้อปฎิบัติข้างต้นนี้ ซึ่งได้รับการตอบรับเข้าร่วมในวันที่ ๘ กรกฎาคม เป็นอย่างมาก

ข้อมูลจาก http://www.chaobuddha.com