วันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2553

เริ่มแล้ว!! ร.ร.บ้านหนองลาดควาย นครพนม ร่วมพุทธชยันตี ฟื้นวิถีพุทธวันพระ

          สำนักข่าววิถีพุทธ ได้สำรวจ รร.วิถีพุทธ ในสังกัดของ สพฐ. ได้พบว่ามีความเคลื่อนไหวที่เป็นความก้าวหน้าที่สำคัญ วันนี้เราลองไปเยี่ยมดู ร.ร.เล็กๆ แต่ตั้ังใจจริงในการปฏิบัติบูชา พุทธชยันตีฟื้นวิถีพุทธวันพระที่จ.นครพนม คือ รร.บ้านหนองลาดควาย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต ๑
            คงต้องเริ่มต้นอนุโมทนาบุญกับคุณครู 2 ท่านที่เป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิบัติบูชาเป็นวิถีชีวิตที่งดงามของชาวพุทธในครั้งนี้ คือ นายเวสแก้ว  ยอดมงคล ครู วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ รักษาการณ์ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองลาดควาย และนายพิระ  ยอดมงคล ครู ค.ศ. 3  โรงเรียนบ้านหนองลาดควายซึ่งเป็นผู้จัดทำโครงการ "พุทธชยันตีฟื้นวิถีพุทธวันพระ" ขึ้นในโรงเรียน โดยปรารภเหตุแห่งความสำคัญของการเฉลิมฉลองพุทธชยันตี  2,600  ปี โดยปฏิบัติบูชา ระหว่างปีพุทธศักราช  2553 – 2555  (สิงหาคม 2553 – เมษายน 2555)  และเนื่องในวโรกาส พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระชนมพรรษา ครบ  84  พรรษา ในปี 2554 และที่น่าสนใจยิ่งของโครงการนี้ก็คือ การเน้นย้ำให้เป็นกิจกรรมการพัฒนาคุณธรรมทั้งระบบโรงเรียน  โดยรายละเอียดในการทำกิจกรรมเบื้องต้นนั้น มีด้วยกัน 5 กิจกรรมหลัก ที่จะดำเนินการทั้ง ร.ร. ในทุกๆ วันพระ ได้แก่


                (1)  ทุกวันพระ ครู – นักเรียน ร่วมทำบุญตักบาตร ที่วัดปทุมาราม
                (2)  ทุกวันพระ ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี หลังเคารพธงชาติ  นักเรียนเล่าเรื่องความดีหน้าเสาธง
                (3)  นักเรียนกล่าวคำขอบคุณ ก่อนรับประทานอาหารกลางวัน และรับประทานอาหารให้หมดทุกครั้ง
                (4)  ทุกวันพระ ครู – นักเรียน รับประทานอาหารมังสวิรัติในมื้อกลางวัน
                (5)  ทุกวันพระ ครู – นักเรียน สวดมนต์แปล
ทั้งนี้กิจกรรมต่างๆ ทางโรงเรียนได้จัดหางบประมาณเองจากการบริจาคและบริหารงบประมาณที่มีอยู่แล้วเช่นงบอาหารกลางวัน และงบกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
เราลองไปดูตัวอย่างภาพกิจกรรมการตักบาตรของนักเรียนในวันพระที่วัดปทุมาราม

ขออนุโมทนาแหล่งข้อมูลจาก รร.บ้านหนองลาดควาย
http://nlksch.wordpress.com/2010/08/25/พุทธชยันตี/

วันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2553

ศรีลังกาพร้อมจัดงานฉลอง 2,600 ปีพุทธชยันตีอย่างยิ่งใหญ่ เน้นพุทธธรรมเป็นแกนชีวิตจิตใจของเยาวชนและประชาชน

นายกศรีลังกาเผยศรีลังกาพร้อมจัดงานฉลอง 2,600 ปี พุทธชยันตี อย่างยิ่งใหญ่
โดยมุ่งเน้นพุทธธรรมเป็นแกนชีวิตจิตใจของเยาวชนและประชาชน

นายดีเอ็ม ชยรัตเน นายกรัฐมนตรี ประเทศศรีลังกา ให้สัมภาษณ์ว่ารัฐบาลพร้อมที่จะปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา ในขณะเดียวกันก็จะต้องปรับเปลี่ยนแนวความคิดของชุมชนสังคมทั้งหมดอย่างสำคัญในระดับจิตวิญญาณ เขากล่าวว่ารัฐบาลกำลังดำเนินตามแผนงานเพื่อปกป้องและเอาชนะการทำลายล้างทางวัฒนธรรมอย่างเร่งด่วน และรัฐบาลกำลังอยู่ระหว่างการเตรียมการจัดงานเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ ในวโรกาสพุทธชยันตี แห่งการตรัสรู้ครบ 2,600 ปีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทั้งในประเทศศรีลังกา และประเทศอื่นๆ
เขายังได้กล่าวอีกว่า เราต้องการให้การศึกษาแก่เด็กเยาวชนพอๆ กันกับผู้ใหญ่เพื่อที่จะให้พวกเขาได้มีชีวิตจิตใจเป็นไปตามหลักพุทธธรรม

ที่มา: http://www.colombopage.com/archive_10A/Jun14_1276498835JR.php
ขออนุโมทนาไว้ ณ ที่นี้ด้วย

วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2552

สุดยอดโรงเรียนวิถีพุทธ สร้างเด็กรุ่นใหม่ให้ภาคภูมิใจในความเป็นไทย ทัดเทียมนานาอารยประเทศในระดับสากล






โรงเรียนวัดสุทัศน์: สุดยอดโรงเรียนวิถีพุทธ สร้างเด็กรุ่นใหม่ให้ภาคภูมิใจความเป็นไทย

เมื่อได้มีการไปศึกษาดูงานด้านการศึกษาหรือโรงเรียนในต่างประเทศ เรามักจะพบว่าโรงเรียนในต่างประเทศนั้น มักจะมีการแต่งชุดด้วยชุดประจำชาติ หรือแสดงออกซึ่งเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของเขาอย่างภาคภูมิใจ ทำให้เราคนไทยได้สะท้อนกลับมาย้อนมองโรงเรียนของเราในประเทศไทยด้วยความรู้สึกมีปมด้อยและเกิดคำถามว่า ทำไมเด็กนักเรียนในเมืองไทย จึงไม่มีสิ่งใดทำให้รู้สึกผูกพันและภาคภูมิใจในความเป็นไทย อย่างน้อยที่สุด ได้มีการแสดงออกด้วยการแต่งกายชุดไทยเป็นเครื่องแบบชุดนักเรียนบ้าง

โรงเรียนวัดสุทัศน์ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงเรียนระดับแกนนำหรือแนวหน้าในการจัดการศึกษาแบบโรงเรียนวิถีพุทธ ในสังกัดของสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร ได้มีความเคลือนไหวในระดับแนวหน้าอีกครั้งหนึ่งในการนำให้โรงเรียนในพื้นที่ กทม.ได้ปลูกฝังและส่งเสริมให้เด็กนักเรียนได้ภาคภูมิใจในความเป็นไทย ให้มีความคุ้นเคยเป็นปกติไม่รู้สึกแปลกแยกในการแสดงออกความเป็นไทย จึงได้จัดให้นักเรียน บุคลากรของโรงเรียนทุกคนแต่งกายด้วยชุดไทย ในทุกวันศุกร์ (เพิ่มเติมจากเดิมที่ได้ให้นักเรียนและบุคลากรได้ใส่ชุดขาวเข้าวัดปฏิบัติธรรมและพัฒนาวัดในทุกวันพระ จนเป็นที่จดจำและได้รับการชื่นชมอย่างดียิ่งมาแล้ว)

จากการที่นักเรียนและบุคลากรได้ใส่ชุดไทยที่มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ที่น่าภาคภูมิใจนี้ ได้สร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก จนทำให้เกิดความสนใจและมีแนวคิดที่จะมีการขยายผลการแต่งกายชุดไทยนี้ออกไปสู่โรงเรียนอื่นๆ ต่อไป ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวได้รับความสนับสนุนจากมูลนิธิโรงเรียนวัดสุทัศน์ ผู้บริหาร ครูและผู้ปกครองเป็นอย่างดี

นับเป็นหนึ่งในแบบอย่างอันดียิ่งของโรงเรียนไทย ที่ต่อไปเมื่อเวลามีแขกต่างประเทศมาศึกษาดูงานโรงเรียนไทย เราจะได้นำเสนอโรงเรียนที่นักเรียนของเราได้แสดงออกความเป็นไทยให้เป็นหน้าเป็นตาของประเทศไทยของเราอย่างภาคภูมิใจ ที่ทัดเทียมนานาอารยประเทศเขาสักที...






วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เยาวชนไทย นำเสนอโครงงานคุณธรรม ให้นายกฯ

  















รัฐบาลพร้อมสนับสนุนเด็กและเยาวชนให้มีความคิดสร้างสรรค์ (31/7/2009)
พระมหาพงศ์นรินทร์ ฐิตวํโส ประธานโครงการพัฒนาโครงงานคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติ “เยาวชนไทยทำดีถวายในหลวง” วัดสุทัศนเทพวราราม นำคณะเยาวชนและครูที่เข้าร่วมโครงการฯ เข้าเยี่ยมคารวะ นายกรัฐมนตรี

วันนี้ เวลา 09.00 น. ณ ห้องสีฟ้า ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พระมหาพงศ์นรินทร์ ฐิตวํโส ประธานโครงการพัฒนาโครงงานคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติ “เยาวชนไทยทำดีถวายในหลวง” วัดสุทัศนเทพวราราม ได้นำคณะเยาวชนและครูที่เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 30 คน เข้าเยี่ยมคารวะ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อรายงานผลการเข้าร่วมโครงการฯ และรับโอวาทเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนให้เป็นคนดี มีคุณธรรม
นางสาวอรวรรยา เชี่ยวชาญ ประธานโครงงานคลินิคคุณธรรมปี 2552 ได้กล่าวรายงาน ว่า โครงการพัฒนาโครงงานคุณธรรม เฉลิมพระเกียรติ “เยาวชนไทย” ทำดี ถวายในหลวง” เริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้เยาวชนได้รวมกลุ่มกันทำความดีอย่างมีปัญญา ทำให้เกิดการเรียนรู้คุณธรรม หลักธรรมและแนวพระราชดำริต่าง ๆ แบบเชิงรุกด้วยความรู้สึกเป็นเจ้าของ มีการทำงานอย่างเป็นระบบ ทำให้เกิดโครงงานทำความดีแก้ปัญหาต่าง ๆ ของเยาวชนด้วยตัวของเยาวชนเอง และกว่า 4 ปีที่ผ่านมา มีโครงงานคุณธรรมเกิดขึ้นกว่า 2 หมื่นโครงงาน ในปี 2551 โครงการได้ทำการคัดเลือกโครงงานเข้าสู่ระดับประเทศจำนวน 50 โครงงาน รวมกับโครงงานคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติ กิตติคุณ “ประโยชน์สุขแห่งมหาชน” ซึ่งเป็นโครงงานยอดเยี่ยมระดับประเทศ ที่เคยได้รับโล่รางวัลเกียรติยศพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ที่ได้ทำงานต่อเนื่องมากว่า 3 ปี อีก 9 โครงงาน รวมเป็น 59 โครงงาน ที่ได้มาเข้าค่ายระดับประเทศ Moral Project Academy for Youth 9.2 เพื่อพัฒนาผู้นำเยาวชนให้เป็นวิทยากร
สำหรับกระบวนการโครงงานคุณธรรมในค่ายแห่งนี้ มีนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ประมาณ 140 คน ครู 45 คคน พระวิทยากร 10 รูป รวมประมาณ 200 รูป/คน ณ วัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต ระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม - 2 สิงหาคม 2552 และได้ร่วมจัดงานนิทรรศการโครงงานระดับประเทศในงานตลาดนัดคุณธรรม ณ อิมแพ็คเมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม 2552
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้รับฟังการนำเสนอโครงงานแบบย่อ จากตัวอย่างโครงการจำนวน 6 โครงงาน จากตัวแทนเยาวชน 3 กลุ่มประเด็น คือ การลดเลิกพฤติกรรมเสี่ยง เพิ่มงานจิตอาสา และพัฒนาชุมชนเข้มแข็ง จากนั้นได้ให้โอวาทแก่เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการฯ ว่า ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง ถ้าคนไทยไม่สามารถแก้ไขในเรื่องของค่านิยมที่ผิด ไม่สามารถปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมได้ ทุกปัญหาย่อมแก้ไขได้ยาก หรือแทบจะแก้ไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง แต่ถ้าคนไทยสามารถทำให้สังคมเป็นสังคมคุณธรรมอย่างแท้จริง ปัญหาทุกอย่างย่อมสามารถแก้ไขได้
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สิ่งสำคัญและเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความห่วงใยมาโดยตลอดคือ เรื่องของความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลกอย่างรวดเร็ว ที่ทำให้ภูมิคุ้มกันของคนไทยขาดมักจะขาดหายไป ซึ่งความจริงแล้วความเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เป็นสิ่งที่ไม่ดี ความเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่ดีได้ แต่อยู่ที่ความพร้อมของคน และสังคมที่จะรับและรู้จักความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่สร้างสรรค์
การจัดค่ายสำหรับเยาวชนในการทำดีถวายในหลวง จึงถือได้ว่า เป็นการเพิ่มพื้นที่ในทางสร้างสรรค์ ซึ่งตรงกับนโยบายของรัฐบาล ซึ่งรวมไปถึงเรื่องของการเอาใจใส่ในเรื่อง คน สัตว์ และกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลกำลังมีการดำเนินการที่จะผลักดันเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติต่อสัตว์ให้เหมาะสม โดยจะมีการแยกประเภทของ สัตว์ป่า สัตว์เลี้ยง สัตว์ใช้งาน ซึ่งขณะนี้ยังมีปัญหาอยู่มากเกี่ยวกับการปฎิบัติของคนต่อสัตว์ทั้งหลายที่ยังคงมีการทารุณ มีการละเมิดสิทธิ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องเข้าไปคุ้มครองและแก้ไขจัดระบบให้ดีขึ้น
ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในรื่องของเด็ก เยาวชน คนพิการ ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้สูงอายุนั้น ได้ให้กระทรวงศึกษาธิการ จัดทำโครงการที่ให้เด็กนักเรียนได้ใช้เวลาอยู่กับผู้สูงอายุ เพราะเชื่อว่านอกจากจะเป็นการลดช่องว่างระหว่างวัยได้เป็นอย่างดีแล้ว จะทำให้คนต่างวัย มีความเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นจุดสำคัญในการที่จะหล่อหลอมจิตใจของคนให้เห็นความสำคัญของการสืบทอดสืบสานสิ่งที่คนรุ่นก่อน ๆ ทำมา และเรียนรู้ในโลกที่เติบโตขึ้นมาในสภาวะแวดล้อมที่แตกต่างกันด้วย
อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า แม้สิ่งเหล่านี้รัฐบาลพร้อมจะสนับสนุนและรณรงค์ แต่รัฐบาลไม่สามารถบังคับได้ ไม่เช่นนั้นการแก้ปัญหาจะไม่จบสิ้น โดยเฉพาะในเรื่องของเทคโนโลยีกับเยาวชน เช่น การที่จะบังคับให้เด็กเล่นเกมไม่เกินวันละ 3 ชั่วโมงนั้น คงไม่สามารถทำได้ แต่สามารถชี้แจงและอธิบายให้เด็กเข้าใจในการเลือกเล่มเกมที่สร้างสรรค์ และต้องรู้จักความพอประมาณ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวนี้รัฐบาลพร้อมที่จะผลักดัน แต่ต้องได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ที่สำคัญต้องเข้าใจเด็กรุ่นใหม่ว่า มีความคิดที่แตกต่างจากเด็กในยุคก่อน ๆ ซึ่งถือเป็นธรรมชาติของความเปลี่ยนแปลง แต่เชื่อว่าโดยพื้นฐานของมนุษย์ทุกคน จะรุ่นไหนก็ตาม ย่อมมีพื้นฐานความดีอยู่ในตัว เพียงแต่ว่าเราจะสามารถดึงออกมาและใช้ได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งรัฐบาลจะเดินหน้าอย่างเต็มที่ในการส่งเสริมสนับสนุนสิ่งดี ๆ ควบคู่กับการส่งเสริมในด้านคุณธรรม จริยธรรม โดยเฉพาะหลักธรรมคำสอนของศาสนา
จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้มอบหนังสือพลังแห่งแผ่นดิน นวมินทรมหาราชา พร้อมแผ่นซีดี Thailand in the 2000’ s แก่ พระมหาพงศ์นรินทร์ ฐิตวํโส และคณะครู และมอบหนังสือชุดเกี่ยวกับศิลปะการปั้นดิน และเสื้อฉันรักประเทศไทย แก่เยาวชนทุกคน พร้อมถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก
-----------------------------
กลุ่มยุทธศาสตร์และแผนการประชาสัมพันธ์ สำนักโฆษกลัดดา /รายงาน


ขออนุโมทนา ข้อมูลจากเวบ http://media.thaigov.go.th/pageconfig/viewcontent/viewcontent1.asp?pageid=471&directory=1779&contents=34375