วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2558

บทความพิเศษ หมู่บ้านศีล ๕ หรือ หมู่บ้านธรรมกลาย

หมู่บ้านศีล ๕ หรือ หมู่บ้านธรรมกลาย : 
ฤาจะเป็นหุ่นเชิดให้ธรรมกลายดูดสาวก ตั้งมวลชนแบบกองกำลังเสื้อแดง!?!

จากการที่ได้รับข้อมูลข้อร้องเรียนจากพระในพื้นที่ถึงความไม่ชอบมาพากลของโครงการ "หมู่บ้านรักษาศีล ๕" ที่มีลักษณะเร่งรัด เร่งร้อน และใช้อำนาจสั่งบังคับรุนแรงผิดปกติ ถึงขนาดมีการสั่งปลดเจ้าคณะจังหวัดที่ขวางทางหรือทำงานได้ไม่ทันใจ จนตอนนี้พระสายปกครองอกสั่นขวัญหาย  หายใจเข้าหายใจออกก็คุยกันแต่เรื่องหมู่บ้านศีล ๕ ไปแล้ว

สำนักข่าววิถีพุทธ จึงได้ไปสัมภาษณ์พูดคุยกับพระในพื้นที่ พบว่ามีความผิดปกติที่ไม่ตรงไปตรงมาหลายประการที่เกี่ยวข้องกับลัทธิธรรมกลาย พระที่เป็นนักกิจกรรมรูปหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง ได้ให้ข้อมูลกับสำนักข่าวว่า "พระผู้ประสานงานโครงการหมู่บ้านศีล ๕ ทีแรกมาก็ไม่ยอมบอกว่ามาจากวัดไหน พูดแต่เพียงว่ามาจาก จ.ปทุมธานี ก็เลยทำทีเป็นคุยตีสนิทไปเรื่อยๆ  พอสนิทแล้วก็เลยเผยให้รู้ว่ามาจากวัดไหน  อ้างว่าเป็นการเก็บข้อมูลทำวิจัยของทางวัดที่ทำมาอยู่ก่อนแล้ว" ซึ่งทำให้เกิดประเด็นน่าสนใจว่าโครงการหมู่บ้านศีล ๕ นี่เป็นแนวคิดของลัทธิธรรมกลายที่วางยุทธศาสตร์ไว้โดยลัทธิธรรมกลายมาก่อนแล้วใช่หรือไม่? มหาเถรสมาคม และ คสช. อาจจะยังไม่ทราบข้อเท็จจริงที่มีเบื้องหลังแอบซ๋อนนี้อยู่ก็ได้!?!  นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับข้อมูลที่ทางพระสังฆาธิการรูปหนึ่งจากภาคอีสาน ได้ให้ข้อมูลกับสำนักข่าวว่า ในตอนอบรมถวายความรู้พระในโครงการหมู่บ้านศีล ๕ ก็มีพระจากลัทธิธรรมกลายมาเป็นวิทยากรด้วย


ขอบคุณภาพจาก สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ตั้งต้นเป็นลำไม้ไผ่ แต่ไฉนจึงออกลูกเป็นบ้องกัญชา!?!
เมื่อผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูลในเบื้องต้นเช่นนี้ จึงได้ทำการสืบหาข้อมูลเพิ่มเติม พบว่าแท้จริงแล้วโครงการที่เรียกย่อๆ กันว่า "หมู่บ้านศีล 5" เป็นโครงการของมหาเถรสมาคม (มส.) ที่มีชื่อเป็นทางการว่า โครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา "หมู่บ้านรักษาศีล ๕" โดยมีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานกรรมการอำนวยการ  และมีการแต่งตั้งให้พระพรหมเสนาบดี เจ้าคณะภาค ๗ เป็นประธานกรรมการขับเคลื่อนโครงการฯ [1]  ข้อมูลจากเวบไซต์ทางการของโครงการคือ www.sila5.com พบว่าปัจจุบันมีการปรับโครงการเป็น ๒ ระดับ โดยเมื่อเปิดเข้าไปดูเนื้อหาภายในจะพบว่ามีสื่อที่น่าสนใจ  แต่มีข้อน่าสังเกตก็คือ  การเชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมโครงการทั้งสองระดับได้สวดมนต์นั่งสมาธินั้น จะมีแต่การนั่งสมาธิตามแนวทางของวัดพระธรรมกายเท่านั้น [2]
ขอบคุณภาพจาก www.sila5.com

และเมื่อได้ดูคลิปวีดิทิศน์อธิบายขั้นตอนการทำ ๗ กิจวัตรความดี ในชั่วโมงสุขจริงหนอแล้ว พบว่าผู้จัดทำคลิปเป็นชมรมบ้านแสงสว่าง  เมื่อตามสืบข้อมูลต่อไปก็พบว่า แท้จริงแล้ว บ้านแสงสว่างเป็นเสมือนหน่วยงานนอมินีให้กับวัดพระธรรมกายในการเผยแพร่และจัดอบรมให้กับสาวกในเครืองข่ายวัดพระธรรมกาย [3]  ดังนั้นแล้วแบบแผนต่างๆ ของกิจกรรมจึงสอดคล้องกับสิ่งที่เครือข่ายวัดพระธรรมกายเคยทำมาแล้วเกือบทั้งหมด แม้กระทั่งรูปแบบการยืนถ่ายภาพที่ระลึกเสมือนสาวกลัทธิอะไรสักอย่างยืนแถวทหารอยู่


หมู่บ้านศีล ๕ หรือ หมู่บ้าน "ธรรมกลาย" !?!?
จากนั้นเราจึงสืบเข้าไปดูต่อถึงผู้ที่อัพโหลดคลิปนี้ พบว่าเป็นชันแนลใน YouTube ที่ใช้ชื่อว่า หมู่บ้านรักษาศีล5 ศูนย์ประสานงาน (https://www.youtube.com/channel/UCrQ3A6ljQrz4FWt1jGrEIdA) ซึ่งในชันแนลนี้มีสื่อที่ใช้เผยแพร่ในโครงการหมู่บ้านศีล ๕ จำนวนมากหลายรายการ โดยมีข้อน่าสังเกตว่า สื่อต่างๆ ที่มีอยู่นั้น เต็มไปด้วยข้อมูลจากวัดพระธรรมกาย  โดยเฉพาะคลิปตอบปัญหาธรรมะมีเฉพาะจากพระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ พระวัดพระธรรมกาย เท่านั้นซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากๆ ไม่มีธรรมะของสายอื่นๆ เลย แม้แต่ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์เองยังไม่มีเลย  จึงเป็นที่น่าสังเกตว่า ทีมงานหมู่บ้านศีล ๕ นี้ อาจเป็นเฉพาะสานุศิษย์ก๊วนพ.ม.สมชาย (ไม่ใช่ก๊วนนพดล หรือก๊วนทัตตชีโว) เมื่อเห็นขัอเท็จจริงเช่นนี้แล้ว จึงทำให้ทราบได้ว่า แท้จริงแล้ว ศีล ๕ ที่เป็นเรื่องดีในพระพุทธศาสนานั้น ถูกเอามาใช้เป็นเพียงเครื่องมือบังหน้าเพื่อหาคนเข้ารีตเป็นสาวกไปปฏิบัติตามแนวทางของวัดพระธรรมกายเป็นหลัก   ซึ่งถ้าหากใครปฏิบัติตามและเสพสื่อเหล่านี้ซ้ำๆ ก็จักกลายเป็นสาวก ที่มีอาการ "ลัทธิธรรมกลายขึ้นสมอง" ได้เป็นแน่แท้
ขอบคุณภาพจาก YouTube (หมู่บ้านรักษาศีล5 ศูนย์ประสานงาน)

ผู้สื่อข่าวยังได้ตามสืบข้อมูลต่างๆ เพิ่มเติมทำให้เห็นว่า โครงการนี้มีลักษณะเร่งรัด เร่งรีบผิดปกติ และยังมีการใช้อำนาจแบบเผด็จการจัดการปลดพระที่ไม่ให้ความร่วมมือกับเครือข่ายวัดพระธรรมกาย เสมือนเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู แล้วยังได้อีกต่อที่ ๒ คือ ถือโอกาสตั้งพระในสายของตนเองขึ้นแทน  อย่างในกรณีพระพรหมเวที เจ้าคณะภาค15 มีคำสั่งพักงานพระธรรมปัญญาภรณ์ จากการปฏิบัติหน้าที่เจ้าคณะจังหวัดราชบุรีพร้อมทั้งแต่งตั้ง พระมหาปราโมทย์ ปโมทิโต วัดหลวงพ่อสดธรรมกายาราม จ.ราชบุรี ในฐานะรองเจ้าคณะจังหวัดราชบุรี เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดราชบุรี ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา [4] ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดธรรมเนียมอย่างมาก  เพราะวัดอื่นๆ ที่มีหลักฐานทุจริตโจ๋งครึ่มกว่านี้ ยังยื้อกันไว้อย่างไม่ละอาย แต่เรื่องไม่สนองนโยบายหมู่บ้านศีล ๕ นี่มันไม่มีมาตรฐานใดๆ ที่จะนำมาใช้ในการปลดฟ้าผ่าพระผู้ใหญ่ขนาดนี้ได้ ซึ่งถือว่าเป็นการหลบลู่เกียรติกันอย่างรุนแรง  โดยในกรณีนี้  พระมหานรินทร์ นรินฺโท เจ้าอาวาสวัดไทยลาสเวกัส เจ้าของเวบไซต์ชื่อดัง alittlebuddha.com ถึงกับโพสต์บทความเชิงข่าวไว้ว่า "อึ้งกิมกี่ !   ราชบุรีนำคนเข้าโครงการหมู่บ้านศีลห้าได้ที่ 2 ของประเทศ
แต่เจ้าคณะจังหวัดถูกพักงาน ผอ.พศจ.ถูกย้ายไปกาญจน์  ส่วนจังหวัดได้ที่โหล่ยังสุขกายสบายดีไม่มีใครถูกย้าย  เป็นเรื่องนอกเหตุเหนือผลจนคนไม่กล้าพูด ..!" [5]

ขอบคุณภาพจาก www.alittlebuddha.com

หมู่บ้านศีล ๕ ต้องจัดตั้งกองกำลังด้วยนะ  ไว้ปกป้องใครนะจ๊ะ!?
ความไม่ชอบมาพากล ยิ่งมีเพิ่มขึ้นไปอีก เมื่อตามไปดูในรายละเอียดของการเร่งรัดโครงการ  พร้อมคาดโทษหนักหากทำงานชักช้าหรือทำยอดไม่ได้ตามเป้า พบว่าไม่ใช่แค่ให้มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการมีศีล ๕ ตามเป้าเท่านั้น   แต่มีการแอบสอดไส้เป้าหมายสำคัญเอาไว้ด้วย โดยให้แต่ละหมู่บ้านที่เข้าร่วมโครงการต้องมีการจัดตั้งมวลชนเพื่อเป็นกองกำลังของแต่ละหมู่บ้านเอาไว้ด้วย โดยตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่า ภายในเดือนกันยายน ๒๕๕๘ จักต้องมีผู้สมัครเข้าเป็น "อาสาสมัครปกป้องพระพุทธศาสนา" ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๕ ด้วย ซึ่งหากมีสมัครเข้ามาอย่างเป้าหมายนี้จริงๆ จากทุกหมู่บ้าน คือประมาณ ๗ ล้านคน  คำถามสำคัญคือ ใครจะมีสถานที่และกำลังพลมากพอที่จะจัดอบรมให้กับกองกำลังอาสาสมัครปกป้องฯ เหล่านี้ และจะมีนัยแอบแฝงอย่างอื่นตามมาอีกหรือไม่?  เพราะคดีความทั้งหลายที่เจ้าอาวาสวัดวัดพระธรรมกายเข้าไปเกี่ยวข้อง ล้วนแล้วแต่กำลังถูกสอบสวน และอยู่ในความสนใจของประชาชนอย่างมาก  รวมทั้งยังได้มีการเรียกร้องให้ฟื้นคดีเดิม ที่ถูกตัดตอนไปอย่างมีเงื่อนงำ โดยที่ยังไม่ได้มีการตัดสินตามข้อเท็จจริงที่ปรากฎความผิดชัดเจนในสำนวนของศาล ซึ่งทางสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้ร้องขอข้อมูลมาศึกษา จนมีการพิจารณาลงมติของผู้ตรวจการแผ่นดินว่า ผิดจริงตามหลักฐานข้อเท็จจริงที่ปรากฏต่อศาลและต้องอาบัติปาราชิก*   โดยที่ทางวัดพระธรรมกายได้มีการจัดตั้งมวลชนเข้ามากดดันที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน [6] อันเป็นการ "ออกอาการ" มากเลยว่า "เมื่อไม่อาจหนีความผิด ได้ด้วยหลักฐานข้อเท็จจริงในกระบวนการยุติธรรมและหลักพระธัมมวินัยได้  ก็เหลือหนทางเดียวคือ การใช้เล่ห์กลทางการเมืองเข้ามาตัดตอน ซึ่งต้องมีมวลชนมากดดันให้มากพอ"  งานนี้จึงต้องเร่ง เร่ง เร่ง สร้างกองกำลังมวลชนอย่างสุดกำลังนะจ๊ะ

*อนึ่ง คดีความที่เป็นปัญหาในเรื่องนี้คือ กรณีนายไชยบูลย์ สุทธิผล (อดีตพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย) ได้ยักยอกเงินของวัดไปใส่บัญชีส่วนตัวและนำไปใช้ในการซื้อที่ดินแล้วใส่ชื่อเป็นของส่วนตัว ปรากฏชัดอยู่ในเอกสารวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ได้อ้างอิงข้อเท็จจริงตามหลักฐานพยานที่ได้มาจากศาลซึ่งให้รายละเอียดไว้มาก  ผู้ตรวจการจึงชี้ว่ามีความผิดทั้งทางอาญาที่ไม่มีเหตุอันสมควรที่อัยการสูงสุดในขณะนั้นจะถอนฟ้อง และผิดทั้งทางพระธัมมวินัยถึงขั้นปาราชิก  หาอ่านรายละเอียดทั้งหมดได้ที่
http://www.alittlebuddha.com/html/Special%20Event/Dhammachayo%202558.html [7]


สังคมตั้งคำถาม  
"อาสาหมู่บ้านศีล๕ แบบธรรมกลาย คือ การแปลงโฉมของกองกำลังเสื้อแดงหรือไม่ !?!"
จากลักษณะการจัดตั้งกองกำลังในรูปแบบมวลชนจัดตั้ง "อาสาสมัครปกป้องฯ" ร้อยละ ๑๕ ของแต่ละหมู่บ้านเป้าหมาย อย่างรีบเร่งผิดปกติดังกล่าวแล้วนั้น ทำให้เกิดคำถามมากมายตามมาว่า
- จะเป็นการจัดตั้งมวลชนเพื่อกดดันให้ตัดตอนคดีความผิดของใครหรือไม่?
- จะเป็นการนำไปโยงเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองของฆราวาสหรือไม่?
- จะมีการจัดอบรมเชิงล้างสมองโดยเครือข่ายลัทธิธรรมกลายใช่หรือไม่?
- พระและฆราวาสที่เกี่ยวข้องกับการแบ่งแยกสีเสื้อการเมืองมีส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่?
- มีนัยให้ "อาสาหมู่บ้านศีล๕" เปรียบเสมือนเป็นกองกำลังเสื้อแดงในรูปโฉมใหม่ของม็อบเสื้อขาวหรือไม่?
- จะเป็นการสร้างฐานเสียง เพื่อให้ทุกพรรคการเมืองในอนาคตที่จะเข้ามา จะต้องสยบสมยอมต่อลัทธิธรรมกลาย ใช่หรือไม่?
- นี่คือยุทธการ "ยึดครองประเทศไทย" ที่แอบซ่อนเร้นไว้ในโครงการหมู่บ้านศีล ๕ หรือไม่?
- แล้วมันจะเป็นการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ที่แท้  หรือยิ่งสร้างระเบิดเวลาแห่งความแตกแยกที่ยิ่งร้าวลึกเกินกว่าที่ใครๆ จะเยียวยาได้อีกต่อไป!?!

สำนักข่าววิถีพุทธ
๒๖ ส.ค. ๒๕๕๘

เอกสาร/ข้อมูลอ้างอิง
[1] ภาพเอกสารคำสั่งแต่งตั้ง จากเพจ โครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ 
https://www.facebook.com/1513692928901551/photos/pb.1513692928901551.-2207520000.1440574521./1612595462344630/
[2] โครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ระดับ ๒ ครอบครัวอบอุ่น
https://www.sila5.com/detail/index2/index
[3] สื่อเพื่อแนะนำให้เกิดความเข้าใจขั้นตอนของการดำเนินกิจกรรมชั่วโมงสุขจริงหนอ (กิจวัตรความดีข้อ 7)
https://www.youtube.com/watch?v=nG2I-cH1o1E
[4] เด้งผอ.พศจ.ราชบุรีปมขัดแย้งเจ้าคณะจังหวัด | ข่าวเดลินิวส์
http://www.dailynews.co.th/education/324765
[5] http://www.alittlebuddha.com/News%202015/July%202015/013%20July%202015.html
[6] ม็อบลูกศิษย์ธัมมชโยอดีตส.ส.พท.แจม ค้านผู้ตรวจการแผ่นดินให้รื้อคดีอาจารย์ต้องปาราชิก | คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20150721/210167.html
[7] เปิดเอกสาร "ลับสุดยอด" ของผู้ตรวจการแผ่นดิน วินิจฉัย "ปาราชิก" ธัมมชโย
http://www.alittlebuddha.com/html/Special%20Event/Dhammachayo%202558.html

วันจันทร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2555

วันนี้ ร้านค้างดขายเหล้าในวันพระได้ เพราะฝีมือเด็กๆ 



เด็กๆ ชุมชนเรียนรู้ ร.ร.ปลอดเหล้า-บุหรี่ ด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ร.ร.วัดกระบังมังคลาราม จ.พิษณุโลก ผลผลิตจากโครงงานคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติ "เยาวชนไทย ทำดี ถวายในหลวง" และโพธิสัตว์น้อยฯ  น้อมนำคำพ่อสอน (เรียนความรู้ ทำการงาน ทำความดี) มาบำเพ็ญบุญ และช่วยเหลือชุมชน ให้ความดีงามเพิ่มขึ้นด้วยการขอให้ร้านค้างดขายเหล้า เบียร์ บุหรี่ ในทุกวันพระ  โดยมีคุณครูเป็นกัลยาณมิตรสำคัญที่ทำให้เด็กๆ เกิดแรงบันดาลใจ อย่างต่อเนื่อง

วันพฤหัสบดีที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เยาวชนลุกขึ้นแก้ปัญหา แจก “ถุงยันต์กันภัย” ในเดือนแห่งความรักดี งดดื่ม งดเสียตัว สร้างความดีแทน


เยาวชนลุกขึ้นแก้ปัญหา แจก “ถุงยันต์กันภัย” ในเดือนแห่งความรักดี งดดื่ม งดเสียตัว สร้างความดีแทน

น.ส.ปียานุช  ลาหล้าเลิศ  นิสิตคณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ประธานกลุ่มปิยธรรม ซึ่งเป็นกลุ่มเยาวชน ๗ มหาวิทยาลัยกล่าวว่า การเสียพรหมจารีย์ของเด็กวัยรุ่นในช่วงวันวาเลนไทน์ นับว่าในระยะเวลาสั้นๆ แต่ทำให้เกิดความสูญเสียต่อทรัพยากรมนุษย์เป็นอันมาก และปัญหาดังกล่าวนับวันจะหนักมาก ขึ้น เห็นได้จากยอดสั่งซื้อถุงยางอนามัยในแต่ละปี จากพฤติกรรมดังกล่าว ปัญหาที่ตามมาคือ การท้องก่อนแต่ง  การทำแท้ง  ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ เพราะในแต่ละปีรัฐบาลต้องเสียงบประมาณจำนวนมากในการช่วยเหลือและรณรงค์   ปัจจัยสำคัญอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เยาวชนเสียพรหมจารีย์ คือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ทำให้ขาดสติ
ดังนั้นตนและเพื่อนๆ ในฐานะเยาวชน จึงลุกขึ้นมากระตุ้นเตือน ให้สติ เพื่อลดปัญหาให้น้อยลง
ด้วยการทำกิจกรรมวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์  เดินรณรงค์จากจุฬาลงกรณ์ผ่านย่านศูนย์การค้า สยาม
พารากอน  สยามเซ็นเตอร์ และสิ้นสุดที่ หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานค เพื่อแจก”ถุงยันต์
กันภัย” และเชิญชวนให้เยาวชน งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จับคู่ทำความดีด้วยจิตอาสา อย่างน้อย
๑ อย่าง ในเดือนแห่งความรักดี โดยจะมีเข็มกลัด “รักดี ไม่ดื่ม(น้ำเมา) ไม่โดดเดี่ยว” เป็นที่ระลึก  
และรับสมัครอาสาสมัครเพื่อร่วมกันทำดีให้สังคมต่อไป
โดยที่กลุ่มปิยธรรมจะรวมกลุ่มกันทำความดี อีก ๑ อย่างคือจัดค่าย ๑ วัน ให้กับน้องๆ ในชุมชน
กทม.ให้มาเรียนรู้ผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากของจริงที่โรงพยาบาลศิริราช คุยกับ
ครอบครัวเลิกเหล้า และชวนน้องๆ ร่วมกันทำความดี เพื่ออุทิศให้กับผู้ติดเหล้าที่ยังเลิกไม่ได้ และ
ความดีทั้งหมดที่ทำนี้ขอร่วมถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงของเรา
สนใจ หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อที่
น.ส.ปิยนุช ลาหล้าเลิศ(ส้ม) ๐๘๑-๘๑๙ ๖๐๑๓

วันอังคารที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เสลภูมิพิทฯ สร้างชื่อให้แผ่นดินอีสาน สสส.ให้เป็นต้นแบบเครือข่ายรร.ปลอดเหล้าแห่งที่ ๒ ของประเทศ

เสลภูมิพิทฯ สร้างชื่อให้แผ่นดินถิ่นอีสาน สสส.ให้เป็นต้นแบบเครือข่ายรร.ปลอดเหล้าแห่งที่ ๒ ของประเทศ

นับเป็นความสำเร็จอย่างน่าภาคภูมิใจยิ่งกับอีก ๑ โครงงานคุณธรรม ที่มีกลุ่มเยาวชนและคุณครูที่ปรึกษาได้ทำงานเกาะติดอย่างมีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กับสนับสนุนอย่างดียิ่งของผู้บริหารโรงเรียน จากเดิมที่ได้มี โครงงาน "ลดละเลิกบุหรี่-เมรัยสานสายใยเทิดไท้องค์ราชันย์" ของโรงเรียนเวียงมอกวิทยา จ.ลำปาง ได้รับการประกาศยกย่องและสนับสนุนจากสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ภายใต้การสนับสนุนของ สสส. ให้เป็นโรงเรียนต้นแบบของเครือข่ายโรงเรียนปลอดเหล้าของประเทศไทยเป็นแห่งแรก  ล่าสุด ทางสคล.ได้แจ้งข่าวมายังสำนักข่าววิถีพุทธให้ทราบว่าในปีนี้ได้ประกาศให้โรงเรียนเสลภูมิพิทยาคม จ.ร้อยเอ็ด เป็นต้นแบบของเครือข่ายโรงเรียนปลอดเหล้าเป็นแห่งที่สองของประเทศไทย


หลังจากที่ สคล.สสส. ได้ลงมาร่วมทำกระบวนการโครงงานคุณธรรม กับกลุ่มโรงเรียนเป้าหมายที่ได้ทำโครงงานที่มุ่งเน้นให้นักเรียนครูผู้ปกครองในโรงเรียนและชุมชนลดละเลิกเหล้าลงอย่างเป็นกระบวนระบบ ในค่ายโครงงานคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติระดับภูมิภาค ๘ ค่าย ๘ ภูมิภาค ร่วมกับทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทำให้เห็นความน่าสนใจและศักยภาพการพัฒนาโครงงานในด้านนี้มากขึ้นเป็นอย่างมาก และในจำนวนโครงงานต่างๆ จากทั่วประเทศที่เข้ามาร่วมกระบวนการ ทาง สคล.ได้พิจารณาเห็นว่า โครงงานคุณธรรมของโรงเรียนเสลภูมิวิทยา จ.ร้อยเอ็ดที่ได้ทำงานฝ่าฟันเรื่องนี้มาอย่างเกาะติดต่อเนื่องและทุ่มเท แม้ในช่วงแรกจะไม่ได้รับความสำเร็จเรื่องรางวัล แต่คุณครูที่ปรึกษาก็ยังทุ่มเทได้จัดหางบประมาณในทางส่วนตัวมาสนับสนุนโครงงานของเยาวชนมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้ประสานความร่วมมือจากบุคคลและองค์กรต่างๆในท้องถิ่นเข้ามาช่วย จนในที่สุดก็ประสบความสำเร็จได้รับรางวัลและการประกาศยกย่องจากหน่วยงานต่างๆ เป็นจำนวนมาก และงานก็มีพัฒนาการที่น่าสนใจและมีผลงานที่น่ายกย่องชื่นชม สคล.จึงยกให้โรงเรียนเสลภูมิพิทยาคม เป็นต้นแบบของเครือข่ายโรงเรียนปลอดเหล้า เป็นแห่งที่ ๒ ของประเทศไทย นับว่าเป็นการสร้างชื่อและเกียรติประวัติให้กับคนไทยแผ่นดินอีสานทุกคนอีกครั้งว่า "แผ่นดินอีสานไม่สิ้นคนดี"


โครงงานคุณธรรม ของโรงเรียนเสลภูมิพิทยาคมนี้ มีความน่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะเป็นงานไม่ง่ายที่ท้าทายยิ่ง เพราะต้องทำงานในโรงเรียนขนาดใหญ่กับจำนวนนักเรียนระดับ ๒,๗๐๐ คน แต่เพราะได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังจากท่านผู้อำนวยการโรงเรียนจึงทำให้โครงงานสามารถดำเนินการมาได้อย่างต่อเนื่องและจริงจังจนประสบความสำเร็จ ด้วยเหตุนี้ ทาง สคล.สสส.จึงได้พิจารณามอบโล่ ผอ.ปลอดเหล้า ให้เป็นเกียรติประวัติอย่างสูงแก่ท่านผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นท่านที่ ๒ ของประเทศไทยด้วยเช่นกัน และ สคล.ยังแจ้งมาเพิ่มเติมว่ากำลังพิจารณามอบโล่ให้กับ ผอ.โรงเรียนอื่นๆ เพิ่มเติม ซึ่งจะมีการประกาศและมีพิธีมอบโล่ผอ.ปลอดเหล้าในงานศิลปหัตถกรรมระดับชาติประจำปีการศึกษานี้ ที่ทางสพฐ.จะจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนมกราคมนี้ต่อไป   และหากมีข่าวความคืบหน้าเรื่องนี้อย่างไร ทางสำนักข่าววิถีพุทธจะรายงานให้ทราบต่อไป    


..ขอร่วมอนุโมทนาบุญครั้งนี้ด้วย  สาธุ สาธุ อนุโมทามิฯ





เครือข่ายโรงเรียนปลอดเหล้า ปลอดบุหรี่
           ด้วยโครงงานคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติ เยาวชนไทยทำดี ถวายในหลวง
ชื่อโรงเรียน  เสลภูมิพิทยาคม
ที่อยู่  ๙๙ หมู่ ๑  ตำบลขวัญเมือง   อำเภอเสลภูมิ    จังหวัดร้อยเอ็ด   รหัสไปรษณีย์ ๔๕๑๒๐
โทรศัพท์. ๐๔๓-๕๕๑-๓๙๕-๖ อีเมล์  tonklahnamcom@hotmail.com
ผู้อำนวยการ
ชื่อ-สกุล  นายพีรพงษ์ พงศ์ศาสตร์
คุณครูแกนนำโครงงาน
๑.นางสุมาลี  ศรีชมภู
วิชาที่สอน สังคมศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓
๒.นายนฤนาท  พลสาเดช
วิชาที่สอน สังคมศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓
ระยะเวลาที่ดำเนินโครงงาน (เริ่มต้น จนถึงปัจจุบัน) เดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ.๒๕๕๐ ปัจจุบัน
ผลงานในการดำเนินโครงงาน
รางวัลที่ได้รับ
๑.โครงงานคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติ ดีเด่น ระดับประเทศ ปีการศึกษา ๒๕๕๐
๒.ได้รับรางวัล ระดับเหรียญทอง ลำดับที่ ๑ โครงงานคุณธรรม ระดับชั้น ม.๔ ม.๖
งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปีการศึกษา ๒๕๕๒
๓.รางวัลชนะเลิศ งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับชาติ ปีการศึกษา ๒๕๕๒
๔.ได้รับรางวัล เหรียญเงิน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย การนำเสนอกิจกรรมสร้างสรรค์ประโยชน์
งานนำเสนอผลงานโรงเรียน ครูและนักเรียน โครงการโรงเรียนมาตรฐานสากล ปีการศึกษา ๒๕๕๓
๕.ได้รับรางวัลชนะเลิศ  ระดับเขตพื้นที่การศึกษาร้อยเอ็ดเขต ๓ โครงงานคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติ
มัธยมศึกษาตอนปลาย
๖.ได้รับการคัดเลือกระดับภูมิภาค เข้าร่วมประกวดระดับประเทศ โครงงานคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติ
มัธยมศึกษาตอนปลาย
กิจกรรมที่แก้ปัญหาเหล้า  บุหรี่ ในโรงเรียนของตน
กิจกรรมที่ ๑.อบรมให้ความรู้พิษภัยเหล้า บุหรี่ ให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑และ๒
กิจกรรมที่ ๒.รณรงค์ลด ละ เลิก เหล้าบุหรี่
กิจกรรมที่ ๓.บำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวม
-ปลูกต้นไม้ภายในโรงเรียน
-ห้องเรียนสีขาว
-ร่วมใจทำความดีเพื่อถวายพ่อหลวง 
กิจกรรมที่ ๔.เยี่ยมบ้าน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒
การขยายเครือข่าย และเครือข่ายที่เกิดขึ้น
 -เครือข่ายการทำโครงงานในโรงเรียนชั้นม.๒,,,
-เครือข่ายลด ละ เลิก เหล้า-บุหรี่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑และ๒
-เครือข่ายทำความดีหลีกภัยเหล้า-บุหรี่จากพี่สู่น้อง โรงเรียนระดับประถมศึกษาในเขตพื้นที่
อำเภอเสลภูมิ ๔ โรงเรียน นักเรียนจำนวน ๘๕๐ คน
การรับทุนสนับสนุนโครงงานคุณธรรมฯ  จากหน่วยงานต่างๆ  (ถ้ามี)
ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย  วิทยาเขตร้อยเอ็ด
ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากเครือข่ายองกรณ์งดเหล้า
รายนามเยาวชนผู้ดำเนินโครงงานฯ (ชื่อ-สกุล/ชั้น)
. นายอานนท์    วรวงค์                   ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕                        
. นายสุระพร     ศรีสุระ                 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔                                               
๓.นายศุภชัย   สุ่มมาตย์                    ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔                                               
. นายภูกิจ      เสือเสนา                  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔                                     
. นางสาวศศิกานต์   พิมพิลา          ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔                                               
. นายกิตติธัช   วิชัยรัช                    ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔                                                    
.นางสาวศุภสุตา    รสทอง            ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔                        
.นางสาวธิดาพร       ภูแดนแผน    ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖                        
.นางสาวจิตรา          พิมพ์บูลย์      ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖                         
๑๐
.นางสาวสุนิสา        สอนสวัสดิ์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖                        
๑๑.นายปฏิเวธ             งามฉวี         ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖                        
๑๒
.นางสาวปิยพร      นวลน้อม       ชั้นมัธยมศึกษาปีที่๔                        
๑๓
.นางสาววรนัณ     วรรณพฤกษ์   ชั้นมัธยมศึกษาปีที่๔                        
                                                                  
สิ่งที่ต้องการให้ หนุนเสริม เพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนของโรงเรียนปลอดเหล้า ปลอดบุหรี่ด้วยโครงงานคุณธรรมเฉลิมพระเกียรติ เยาวชนไทยทำดีถวายในหลวง
๑สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)
1.อยากให้มีองกรค์/สถาบันหรือหน่วยงานต่างๆ ที่รับรองการทำงานของเยาวชนอย่างชัดเจน ด้านการเรียน
เช่น ให้ทุนสนับสนุนให้กับเยาวชนที่ทำความดี
2.มีสถาบัน/มหาวิทยาลัยรองรับให้การศึกษาต่อ-ให้การยกย่องชมเชยเป็นที่ยอมรับของคนในสังคมอย่างภาคภูมิใจ
3.อยากให้มีการเข้าค่ายอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องเหล้า บุหรี่ให้กับเยาวชนแกนนำเพื่อการเป็นวิทยากร
  และเพื่อเสริมศักยภาพของเยาวชนให้มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

๒ สพม/สพป
๑.อยากให้ สถาบันหรือหน่วยงานต่างๆ /องกรค์ให้ความสำคัญเยาวชนที่ทำความดี(ทำความดีจะไม่ได้โดเดี่ยว)
๒.อยากให้มีการรณรงค์หรือการให้ความรู้เกี่ยวกับเหล้า-บุหรี่ในสถานศึกษาอย่างจริงจัง
๓.อยากให้มีกฎหมายหรือการลงโทษ/หรือหากมีการฝ่าฝืน เช่น ห้ามมีร้ายขายเหล้า-บุหรี่อยู่ใกล้สถานศึกษา ต้องกำหนดระยะทางอย่างชัดเจน
๔.อยากให้ทุกๆสถานบันมีกฎระเบียบที่ว่าด้วยเรื่องเหล้า-บุหรี่ลงมือทำเหมือนกันและเข็มงวดอย่างจริงจัง
๓ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น
-อยากให้องกรค์/สถาบันหรือหน่วยงานต่างๆ ช่วยเหลือ สนับสนุน ให้ความร่วมมือ การทำงานของเยาวชน เช่น โรงพยาบาล ชุมชน หมู่บ้าน  เทศบาล ฯลฯ
๔ กลุ่มกัลยาณมิตรเพื่อการเสริมสร้างเครือข่ายวิถีพุทธ (กคพ.)
-อยากให้มีการเข้าค่ายอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการสร้างพลังบวกให้กับตัวเองให้กับเยาวชนแกนนำเพื่อการเป็นวิทยากรและเพื่อเสริมศักยภาพของเยาวชนให้มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

 ๕ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.)
-อยากให้มีการเข้าค่ายอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องเหล้า บุหรี่ให้กับเยาวชนแกนนำเพื่อการเป็นวิทยากร
  และเพื่อเสริมศักยภาพของเยาวชนให้มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น
-อยากให้เข้าค่ายอบรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การทำงานให้กับเยาวชนที่ทำโครงงานเกี่ยวเหล้า-บุหรี่เพื่อนำความรู้ที่ได้มาพัฒนาการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น